FAQs

     จำนวนรายการต่อหน้า

คำตอบ (1): สำนักงาน ก.พ.ร. ได้ทบทวนและจัดทำหลักเกณฑ์ PMQA ระดับพื้นฐาน ฉบับที่ 2 และหลักเกณฑ์ PMQA พ.ศ.2558 ซึ่งคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ได้มีมติเห็นชอบให้นำเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ ไปใช้ตรวจ Certified FL และระดับรางวัลคุณภาพ (PMQA Award) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สถ. ได้สมัครเข้ารับการตรวจ Certified FL ฉบับที่ 2 เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดรับการตรวจฯ ในวันที่ 28 มีนาคม 2561
แสดงรูปภาพประกอบรายละเอียด
[ กพร. : กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ]

คำตอบ (2): ส่วนราชการไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวชี้วัด น้ำหนัก และเกณฑ์การให้คะแนนได้ ตามระบบการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการได้ เนื่องจากเป็นการประเมินฯ แบบ Top-down ไม่มีการเจรจาเหมือนในระบบคำรับรองการปฏิบัติราชการ
[ กพร. : กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ]

คำตอบ (3): การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ มีที่มาและหลักการ ดังนี้ 1. หัวหน้าคสช. มีคำสั่งที่ 5/2559 ลงวันที่ 1 ก.พ. 59 เรื่องมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ โดยกำหนดให้มาตรการประเมินส่วนราชการและข้าราชการพลเรือนในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ซึ่งผู้รับการประเมินได้แก่ ส่วนราชการระดับกรม กระทรวง และข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูง ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้กำหนดให้ใช้การประเมินตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ แทนการใช้ระบบการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการฯ ตั้งแต่งบประมาณ พ.ศ. 2560 2. สำนักงาน ก.พ.ร. ได้กำหนดแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติราชการฯ แบ่งเป็น 5 องค์ประกอบ ดังนี้ -องค์ประกอบที่ 1 (Function Based) ประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักภารกิจพื้นฐาน งานประจำ งานตามหน้าที่ปกติ งานตามกฎหมาย กฎ นโยบายของรัฐบาล -องค์ประกอบที่ 2 (Agenda based) ประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักภารกิจยุทธศาสตร์ แนวทางปฏิรูปภาครัฐ นโยบายเร่งด่วน หรือภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ -องค์ประกอบที่ 3 (Area base) ประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามหลักภารกิจพื้นที่/ท้องถิ่น ภูมิภาค จังหวัด กลุ่มจังหวัด -องค์ประกอบที่ 4 (Innovation Base) ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมในการบริหารจัดการระบบงาน งบประมาณ ทรัพยากรบุคคล และการให้บริการประชาชนหรือหน่วยงานภาครัฐเพื่อสู่ระบบราชการ 4.0 -องค์ประกอบที่ 5 ศักยภาพในการดำเนินการของส่วนราชการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 3. สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดกรอบระยะเวลาในการประเมินไว้ 2 รอบการประเมิน โดยแบ่งเป็นรอบ 6 เดือน และ 12 เดือน
[ กพร. : กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ]

คำตอบ (4): 1. กรณีรถเข็นควรดำเนินการประสาน รพ.สต. หรือสถานีอนามัยถ่ายโอน เขตพื้นที่ เพื่อเบิกจ่ายกองทุนสุขภาพ สป.สช. 2. กรณีรถโยก ควรดำเนินการประสานเพื่อขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย 3. กรณีเป็นคนพิการที่ยากไร้ อบต. สามารถช่วยเหลือได้
[ สน.สส. : สำนักส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการมีส่วนร่วม ** ]

คำตอบ (5): ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. 2557 ซึ่งระเบียบดังกล่าวได้มีการปรับอัตราค่าใช้จ่ายเท่ากับกระทรวงการคลังแล้ว
[ สน.คท. : สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น ]

คำตอบ (6): ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 กำหนดกรณีผู้บริหารท้องถิ่นจะใช้รถยนต์ส่วนตัวไปราชการต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
[ สน.คท. : สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น ]

คำถาม 7 : อยากทราบว่า อบต. สามารถตั้งงบประมาณให้เงินอุดหนุนแก่ รร. ในสังกัด สพฐ. ได้หรือไม่ ตอนนี้ รร.ได้ส่งโครงการขอรับการสนับสนุนจำนวน 2 โครงการเพื่อบรรจุในแผนพัฒนาสามปี ได้แก่ 1. โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน (เป็นการจ้างครูช่วยสอน) เป็นค้าจ้างจำนวน 143,040 บาท และเป็นเงินประกันสังคมจำนวน 7,152 บาท จำนวน 1 คน 1 ปีการศึกษา รวม 150,192 บาท 2. โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานที่ (เป็นการทัศนศึกษาดูงานจากสถานที่จริง) เป็นค่าอาหาร 6,000 บาท ค่ารถ 30,000 บาท ค่าเข้าชมสถานที่ 4,000 บาท รวม 40,000 บาท อยากทราบว่าจากโครงการดังกล่าว อบต.สามารถตั้งงบประมาณอุดหนุนให้กับ รร.ได้หรือไม่ ถ้าตั้งให้ได้ต้องดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ตาม ว.74 หรือไม่ และต้องขอให้ทาง สพฐ.ยืนยันด้วยหรือไม่ว่าไม่มีงบประมาณเพื่อดำเนินการตามโครงการดังกล่าว ขอความกรุณาทางกรมฯได้ตอบเพื่อเป็นแนวทางในการทำงานด้วยค่ะ เนื่องจากมี อปท.หลายแห่งได้ตั้งงบประมาณให้กับโรงเรียนในลักษณะนี้ไปหลายแห่งแล้ว อยากทราบว่า อปท.ควรดำเนินการอย่างไรบ้างค่ะ new

คำตอบ (7): 1. การตั้งงบประมาณอุดหนุน รร. ในสังกัด สพฐ. ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ มท. ว่าด้วยเงินอุดหนุนของ อปท. พ.ศ. 2559 2. ต้องให้ สพฐ./รร ยืนยันการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวว่าเป็นปัญหาต่อ การเรียนของนักเรียนและไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 3. การตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ต้องตั้งไว้ในเทศบัญญัติ หรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของ อปท. หมวดเงินอุดหนุน 4. หาก อปท. พิจารณาโครงการแล้วเห็นว่า โครงการทั้ง 2 โครงการดังกล่าว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบเงินอุดหนุน ก็สามารถอุดหนุนได้
[ สน.คท. : สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น ]

คำตอบ (8): กระทรวงมหาดไทยได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500 เพื่อให้ข้าราชการบำนาญส่วนท้องถิ่นสามารถนำบำเหน็จ ตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินจากสถาบันการเงินได้เช่นเดียวกับข้าราชการ ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนข้อมูลและความเห็นของส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ เสนอ รมว.มท. เพื่อเสนอ ครม. พิจารณาในทางนโยบายของการเสนอขอแก้ไขพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500
[ สน.คท. : สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น ]

คำตอบ (9): คำตอบตามไฟล์แนบ แสดงรูปภาพประกอบรายละเอียด
แสดงรูปภาพประกอบรายละเอียด
[ สน.คท. : สำนักบริหารการคลังท้องถิ่น ]

คำตอบ (10): คำตอบที่แก้ไข ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008.3.1/112 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 เรื่อง การจัดกลุ่มตำแหน่งสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการ และตำแหน่งประเภททั่วไป โดย ก.พ. เห็นชอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดกลุ่มตำแหน่งสำหรับตำแหน่งประเภทวิชาการและตำแหน่งประเภททั่วไป เพื่อใช้เป็นแนวทางการพิจารณาแต่งตั้ง ย้าย รับโอน หรือบรรจุกลับเข้ารับราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดังนี้ 1. ตำแหน่งประเภทวิชาการ กลุ่มที่ 1 ได้แก่ นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นักจัดการงานทั่วไป นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักวิชาการศึกษา และนักประชาสัมพันธ์ กลุ่มที่ 2 ได้แก่ นักวิชาการคลัง นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการตรวจสอบภายใน และนักวิชาการพัสดุ กลุ่มที่ 3 ได้แก่ นิติกร กลุ่มที่ 4 ได้แก่ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ 2. ตำแหน่งประเภททั่วไป กลุ่มที่ 1 ได้แก่ เจ้าพนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าพนักงานพัสดุ และเจ้าพนักงานการเงินและบัญชี กลุ่มที่ 2 นายช่างศิลป์ กลุ่มที่ 3 เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (11): หลักเกณฑ์ในการโอน ย้ายตำแหน่ง ประกอบด้วย ๑. ต้องมีคุณวุฒิตรงตามมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งของ นักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ๒. ต้องมีตำแหน่งนักส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่างที่จะสามารถแต่งตั้งได้ ๓. หากผู้ขอโอนดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการ จะต้องประเมินบุคคลและผลงานเพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและ มีระยะเวลาเกื้อกูลครบตามที่คณะกรรมการกำหนด
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (12): การขออนุมัติเดินทางไปราชการต่างประเทศเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการประชุมของทางราชการ พ.ศ. 2524 หมวด 1 ส่วนที่ 2 ข้อ 13(3) โดยข้าราชการที่มีความประสงค์ขออนุมัติเดินทางไปราชการต่างประเทศทั้งที่สังกัดราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะต้องจัดส่งเอกสาร รายละเอียดประกอบการขออนุมัติ ดังนี้ 1. กรณีข้าราชการสังกัดราชการบริหารส่วนกลาง 1.1 บันทึกข้อความขออนุมัติเดินทางไปราชการจากผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถึงกองการเจ้าหน้าที่ เพื่อกองการเจ้าหน้าที่จะได้เสนออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อนเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติ 1.2 รายละเอียดโครงการ หนังสือเชิญจากหน่วยงานภายนอกและกำหนดการเดินทาง 2. กรณีข้าราชการสังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาค 2.1 หนังสือขออนุมัติเดินทางไปราชการจากผู้ว่าราชการจังหวัดถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะได้เสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาอนุมัติ 2.2 รายละเอียดโครงการ หนังสือเชิญจากหน่วยงานภายนอกและกำหนดการเดินทาง ทั้งนี้ ให้ผู้มีความประสงค์ขออนุมัติเดินทางไปราชการต่างประเทศจะต้องส่งเอกสารดังกล่าวให้กองการเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ แต่หากมีความประสงค์ขอความอนุเคราะห์กระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำหนังสือเดินทางราชการ และ/หรือ หนังสือนำการตรวจลงตรา ให้แจ้งในหนังสือให้ชัดเจนด้วย
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (13): สามารถตรวจสอบคุณวุฒิของตนเองได้ทางเว็บไซต์ http://www.ocsc.go.th ของสำนักงาน ก.พ. ที่เมนู ?รับรองคุณวุฒิ?
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (14): การย้ายเปลี่ยนตำแหน่งประเภททั่วไปและประเภทวิชาการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสามารถพิจารณาดำเนินการได้เป็น ๓ กรณี ดังนี้ ๑. กรณีตำแหน่งประเภททั่วไปทุกระดับ สามารถดำเนินการย้ายเปลี่ยนตำแหน่งได้โดยไม่ต้องส่งผลงานเพื่อประเมินย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง เนื่องจาก ก.พ. กำหนดให้ตำแหน่งเจ้าพนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีและเจ้าพนักงานธุรการ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดอยู่ในกลุ่มตำแหน่งเดียวกัน ๒. กรณีตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ สามารถดำเนินการย้ายเปลี่ยนตำแหน่งได้โดยไม่ต้องส่งผลงานเพื่อประเมินย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง ๓. กรณีตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการขึ้นไป สามารถดำเนินการย้ายเปลี่ยนตำแหน่งได้ โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมีคำสั่งแต่งตั้งให้ไปรักษาการในตำแหน่งที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่ง เพื่อประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศ อ.ก.พ.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งประเภทเดียวกัน กรณีการย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ และระดับชำนาญการพิเศษ (ในระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม) ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเพื่อย้ายเปลี่ยนตำแหน่งทุกกรณีจะต้องเป็น ผู้มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง หรือได้รับการยกเว้นจาก ก.พ. โดยผู้ที่มีความประสงค์จะย้ายเปลี่ยนตำแหน่งสามารถยื่น คำร้องต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกโดยใช้แบบคำร้องขอย้ายข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เช่นเดียวกับกรณีการยื่นคำร้องขอย้ายไปดำรงตำแหน่งเดียวกันในกรณีทั่วไป และจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ อ.ก.พ.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด (กรณีข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการขึ้นไป)
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (15): 1. กรณีประสงค์กู้เงินโครงการสวัสดิการเพื่อที่อยู่อาศัยประเภท ไม่มีเงินฝากของธนาคารอาคารสงเคราะห์ คุณสมบัติผู้กู้ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ได้รับเงินเดือน ค่าจ้างเป็นรายเดือนในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2. กรณีประสงค์กู้เงินโครงการบ้าน ธอส. - กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 13 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ คุณสมบัติผู้กู้ ข้าราชการพลเรือนสามัญที่ยังรับราชการอยู่ และเป็นสมาชิก กบข. เท่านั้น 3. กรณีประสงค์กู้เงินโครงการสวัสดิการสินเชื่อสวัสดิการข้าราชการและลูกจ้างประจำ สถ. ของธนาคารกรุงไทย คุณสมบัติผู้กู้ ข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัดหน่วยงาน ต้นสังกัด (ไม่รวมถึงลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้าง มีอายุงาน ไม่น้อยกว่า 1 ปี) 4. กรณีประสงค์กู้เงินโครงการสินเชื่อสวัสดิการของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย คุณสมบัติผู้กู้ (1) ข้าราชการพลเรือนสามัญและลูกจ้างประจำ ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี (2) พนักงานราชการ ทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หมายเหตุ : สินเชื่อสวัสดิการตามคำจำกัดความในบันทึกข้อตกลง หมายถึง เฉพาะข้าราชการและพนักงานราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเท่านั้นที่มีสิทธิกู้เงินตามบันทึกข้อตกลงนี้ ข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (อบจ.,เทศบาล, อบต. เมืองพัทยา และ กทม. รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัด อปท. ต่าง ๆ ไม่สามารถใช้สิทธิตามโครงการนี้) ทั้งนี้ กรณี อปท. หากจะดำเนินการกู้เงิน ต้องไปจัดทำบันทึกข้อตกลงกับธนาคารเองโดยตรง
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (16): 1. กรอกแบบคำร้องแจ้งความประสงค์ขอหนังสือรับรองเงินเดือน (ผ่านสิทธิ) พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน แล้วจัดส่งให้กองการเจ้าหน้าที่ 2. กองการเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารเพื่อออกหนังสือรับรองเงินเดือน (ผ่านสิทธิ) 3. กองการเจ้าหน้าที่จัดส่งหนังสือรับรองเงินเดือน (ผ่านสิทธิ) ให้ข้าราชการผู้ยื่นขอกู้เงินระยะเวลาการดำเนินการจัดส่งหนังสือรับรองเงินเดือน (ผ่านสิทธิ) โดยประมาณ ดังนี้ - กรณีธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 5 วันทำการ - กรณีธนาคารกรุงไทย ภายใน 7 วันทำการ 4. ข้าราชการผู้ยื่นขอกู้เงินนำหนังสือรับรองเงินเดือน (ผ่านสิทธิ) พร้อมเอกสารหลักฐานไปติดต่อกับธนาคาร 5. ธนาคารมีหนังสือแจ้งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการหักเงินเดือนของข้าราชการเพื่อชำระหนี้
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (17): ผู้ที่มีรายชื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในชั้นนั้น สามารถซื้อมาใส่เองได้ แต่จะใส่ชั้นสูงกว่าที่ได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาไม่ได้
[ กจ. : กองการเจ้าหน้าที่ ]

คำตอบ (18): การส่งไฟล์แนบไปกับ e-mail ภายใต้ domain เดียวกัน (@dla.go.th) จะส่งได้ไม่เกิน 50 MB ไม่รวมถึงการใช้ระบบ e-mail อื่น ๆ ซึ่งจะมีการกำหนดพื้นที่การส่งไฟล์ที่แตกต่างกันไป
[ ศส. : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่น ]

คำตอบ (19): ระบบ e-mail ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือ ระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการรับ - ส่ง จดหมายภายใต้โดเมน @dla.go.th ซึ่งเปิดให้บริการแก่ข้าราชการ หน่วยงานในสังกัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
[ ศส. : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่น ]

คำตอบ (20): โทรศัพท์สอบถามที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่น หมายเลขโทรศัพท์ 0-2241-9000 ต่อ 1105 1112 1116
[ ศส. : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่น ]



  • 95,428,317
  • 534